
(วันที่ 24 มีนาคม 2569) ที่ห้องแถลงข่าว ชั้น 1 อาคารพระจอมเกล้าฯ : กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จับมือ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ลงนาม บันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) “โครงการความร่วมมือทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบาง” โดย สวทช. ขนทัพนวัตกรรม ทั้ง AI ล่ามภาษามือ, ระบบนิรันดร์ดูแลสูงวัย และสมุดพกครอบครัวดิจิทัล หวังใช้เทคโนโลยีเป็นทางลัดแก้ปัญหาสังคมดูแลกลุ่มเปราะบางแบบครบวงจรเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน

ศาสตราจารย์ ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดเผยภายหลังเป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) “โครงการความร่วมมือทาง วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบาง” ระหว่าง กระทรวง พม. และ สวทช.ว่า ความร่วมมือครั้งนี้คือการสร้างระบบนิเวศนวัตกรรมเพื่อตอบโจทย์ "การพัฒนาศักยภาพคนตลอดช่วงชีวิต" ตามยุทธศาสตร์ชาติ โดยหน้าที่ของ อว. คือการนำงานวิจัยออกจากหิ้งสู่การใช้งานจริง การจับมือกับกระทรวง พม. ในครั้งนี้จึงเป็นก้าวสำคัญ เพราะ พม. คือหน่วยงานที่เข้าใจมิติสังคมลึกซึ้งที่สุด และกระทรวง อว. โดย สวทช. จะนำนวัตกรรมเข้ามาใช้เป็นเครื่องมือลดความเหลื่อมล้ำทำให้คนไทยทุกช่วงวัย โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง ได้เข้าถึงโอกาสอย่างเท่าเทียม

ด้าน นางเตือนใจ คงสมบัติ รองปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) กล่าวว่า กระทรวง พม. มุ่งเน้นให้ประชาชนเข้าถึงสิทธิและสวัสดิการอย่างทั่วถึง การได้เทคโนโลยีจาก สวทช. มาเสริมทัพจะช่วยให้การจัดสวัสดิการสังคมมีประสิทธิภาพและแม่นยำมากขึ้น โดยสิ่งสำคัญที่สุดในการลงนามครั้งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของเอกสาร แต่คือการบูรณาการข้อมูลและเครื่องมือที่จะทำให้กระทรวง พม. มองเห็นข้อมูลได้ชัดเจนและเข้าถึงกลุ่มเปราะบางได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยยกระดับการทำงานด้านสังคมให้ก้าวทันโลกยุคดิจิทัลเพื่อความมั่นคงและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน

ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการ สวทช. กล่าวว่า สวทช. พร้อมสนับสนุนทรัพยากรและงานวิจัยใน 4 มิติ ทั้งเศรษฐกิจ การพึ่งพาตนเอง ลดเหลื่อมล้ำ และสิ่งแวดล้อม โดย สวทช. มีทีมวิจัยที่เข้มแข็ง และได้เตรียมพร้อมนำนวัตกรรมพร้อมใช้มาเชื่อมโยงกับฐานข้อมูล พม. โดยการทำงานร่วมกันครั้งนี้จะเน้นการบูรณาการระบบสำคัญเข้าด้วยกัน โดยเฉพาะการเชื่อมโยง ระบบสมุดพกครอบครัวอิเล็กทรอนิกส์ (MSO-Logbook) ของ พม. เข้ากับระบบนิรันดร์ และ 'KidDiary' ของ สวทช. เพื่อให้ฐานข้อมูลกลุ่มเปราะบางมีความต่อเนื่องและตรวจสอบสิทธิสวัสดิการไร้รอยต่อ ซึ่งจะเป็นการเปลี่ยนผ่านจากงานวิจัยไปสู่เครื่องมือที่ช่วยให้กลุ่มเปราะบาง มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นจริงในทุกพื้นที่
“ความร่วมมือนี้จะทำให้สามารถดึงทรัพยากรของแต่ละหน่วยงานมาประสานเชื่อมโยงกัน เพื่อให้เกิดประโยชน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีเป้าหมายและวิธีการทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบางและคนทุกช่วงวัยอย่างเป็นรูปธรรม” ผู้อำนวยการ สวทช. กล่าว

ด้าน ดร.วสันต์ ภัทรอธิคม ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สวทช. กล่าวเสริมว่า ความร่วมมือนี้ ถือเป็นการต่อยอดจากความสำเร็จที่ สวทช. ทำงานร่วมกับกรมต่าง ๆ ในกระทรวง พม. มาตั้งแต่ปี 2562 ซึ่งนอกจากบูรณาการและเชื่อมโยงข้อมูลเพื่อดูแลกลุ่มเปราะบางร่วมกันแล้ว ยังมีนวัตกรรมวิจัยอื่น ๆ ที่จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิต อาทิ ระบบ SignTh AI ที่ใช้ AI แปลงภาษามือช่วยคนหูหนวกสื่อสาร, นวัตกรรมสนับสนุนศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุ อาทิเช่น ตู้วัดสุขภาพ อุปกรณ์ฟื้นฟูผู้สูงอายุติดเตียง 'รถเข็นสระผม Kathy' สำหรับผู้ป่วยติดเตียง, Nirun + ElderMeal: ระบบดูแลและโภชนาการผู้สูงอายุอัจฉริยะ, Assistive Technology: อุปกรณ์สิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับคนพิการ, ไทยสุข: แพลตฟอร์มสุขภาพดิจิทัลสำหรับสังคมสูงวัย และ Food Bank: ระบบจัดการอาหารส่วนเกินเพื่อชุมชนเปราะบาง



เผยแพร่ข่าว : นางสาวเยาวลักษณ์ ทับช้างโท
สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
กลุ่มสื่อสารองค์กร
โทรศัพท์ 0 2333 3700
E-mail : pr@mhesi.go.th
Facebook : MHESIThailand
Instagram : mhesithailand
Tiktok : @mhesithailand
X (Twitter) : @MHESIThailand
YouTube : @MHESIThailand
Call Center 1313
![]()
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อขับเคลื่อนการอุดมศึกษาไทย วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ไปสู่มาตรฐานในระดับสากล และเพิ่มอันดับความสามารถการแข่งขันในระดับนานาชาติอย่างยั่งยืน ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาปรากฏอยู่ในเว็บไซต์นี้ โปรดแจ้งให้ทราบ เพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป
© 2020 Ministry of Higher Education, Science, Research and Innovation. ALL RIGHTS RESERVED.