เมื่อวันที่ 10 มี.ค. นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ เรื่อง “ความร่วมมือในการบูรณาการด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีนิวเคลียร์ เพื่อเสริมสร้างศักยภาพด้านงานวิจัย พัฒนานวัตกรรมและการใช้ประโยชน์” ระหว่าง 5 หน่วยงานพันธมิตร ได้แก่ สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สทน.) สถาบันอาหาร มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ มหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด และมหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร โดยมีผู้บริหารจากหน่วยงานพันธมิตรเข้าร่วมเป็นสักขีพยาน พร้อมจัดแถลงข่าวเปิดศูนย์บ่มเพาะผู้ประกอบการอาหารฉายรังสีเชิงลึก ภายใต้กิจกรรม “Food Ray Genius” โดยมี ดร.พิมพ์พร ชีวานันท์ เลขานุการ รมว.อว. ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวง อว. รศ.ดร.ธวัชชัย อ่อนจันทร์ ผู้อำนวยการสถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ น.ส.พรศิริ ศิลปนาฎ รองผู้อำนวยการสถาบันอาหาร ผศ.ดร.วิชิต กำมันตะคุณ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด ผศ.ปรีชาศาสตร์ มีเกาะ รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร ผศ.ดร.สมจิตร์ กันธาพรม ผู้ช่วยอธิการบดีมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ คณะผู้บริหาร อว. และสถาบันอุดมศึกษา เข้าร่วม ณ ห้องแถลงข่าว อาคารพระจอมเกล้า สำนักงานปลัดกระทรวง อว.
นายสุรศักดิ์ กล่าวว่า อาหารไทยถือเป็นหนึ่งใน Soft Power ที่สำคัญของประเทศ การยกระดับอาหารพื้นถิ่นด้วยวิทยาศาสตร์และนวัตกรรม ไม่เพียงช่วยเพิ่มความปลอดภัยและคุณภาพของผลิตภัณฑ์ แต่ยังช่วยเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับผู้ประกอบการรายย่อย วิสาหกิจชุมชน และผู้ผลิตในภูมิภาคให้สามารถแข่งขันได้ในตลาดที่กว้างขึ้น หนึ่งในเทคโนโลยีสำคัญที่ถูกนำมาใช้คือ “เทคโนโลยีการฉายรังสีอาหาร” ซึ่งช่วยลดการปนเปื้อนของจุลินทรีย์ ยืดอายุการเก็บรักษา และช่วยให้ผลิตภัณฑ์อาหารของไทยสามารถส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศได้มากขึ้น โดยเทคโนโลยีดังกล่าวได้รับการรับรองด้านความปลอดภัยจากองค์การระหว่างประเทศ และมีการใช้แพร่หลายในหลายประเทศทั่วโลก
นายสุรศักดิ์ กล่าวต่อว่า การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในครั้งนี้ นับเป็นการประกาศเจตนารมณ์ร่วมกันอย่างชัดเจนในการนำงานวิจัยและนวัตกรรม มาเป็นกลไกในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เพื่อการยกระดับอาหารพื้นถิ่นและอาหารฟังก์ชั่น ให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่มสูง มีมาตรฐานความปลอดภัยระดับสากล โดยผ่านการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีนิวเคลียร์อย่างเหมาะสมและสร้างสรรค์ ยิ่งไปกว่านั้น ความร่วมมือนี้ยังให้ความสำคัญไปถึง การบ่มเพาะผู้ประกอบการให้สามารถนำผลิตภัณฑ์ที่ยกระดับด้วยเทคโนโลยี ไปต่อยอดสู่การผลิตเชิงพาณิชย์ เกิดการสร้างงาน สร้างรายได้ และคืนประโยชน์กลับสู่ชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งหมดนี้สอดคล้องโดยตรงกับพันธกิจของกระทรวง อว. ที่ต้องการมุ่งสร้าง ผู้ประกอบการฐานนวัตกรรม ผ่านกลไกของ ศูนย์บ่มเพาะผู้ประกอบการในมหาวิทยาลัย ซึ่งจะทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงในการถ่ายทอดทักษะทางธุรกิจ การสร้างตลาด และการสร้างแบรนด์ เพื่อเปลี่ยนผลงานวิจัยให้เป็นธุรกิจที่จับต้องได้ และเป็นพลังสำคัญในการพัฒนาชุมชนและเศรษฐกิจของประเทศอย่างยั่งยืน
ด้าน รศ.ดร.ธวัชชัย กล่าวว่า การยกระดับอาหารพื้นถิ่นและอาหารฟังก์ชันด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม เป็นแนวทางสำคัญในการเพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจฐานราก ควบคู่กับการยกระดับมาตรฐานคุณภาพและความปลอดภัยของอาหารไทย ที่ผ่านมา สทน. ได้ดำเนินโครงการถ่ายทอดเทคโนโลยีการฉายรังสีอาหารร่วมกับมหาวิทยาลัยราชภัฏในภูมิภาคต่าง ๆ มาตั้งแต่ปี 2564 มีผู้ประกอบการสนใจสมัครเข้าร่วมโครงการฯ รวม 934 ผลิตภัณฑ์ และสามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ จนเกิด “Product Champion” ในแต่ละภูมิภาค ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของผู้ประกอบการไทยในการพัฒนาสินค้าด้วยเทคโนโลยีฉายรังสี ให้มีมาตรฐานความปลอดภัยและมีศักยภาพในการแข่งขันในตลาดที่กว้างขึ้น ในปี 2569 นี้ สทน. จึงได้ต่อยอดความสำเร็จของโครงการฯ สู่การจัดตั้ง “ศูนย์บ่มเพาะผู้ประกอบการอาหารฉายรังสีเชิงลึก เพื่อการถ่ายทอดเทคโนโลยีอย่างยั่งยืน” ภายใต้กิจกรรม “Food Ray Genius” ซึ่งจะเป็นเวทีค้นหาและพัฒนาผู้ประกอบการอาหารพื้นถิ่นที่มีศักยภาพ ให้มีความพร้อมทั้งด้านเทคโนโลยี มาตรฐานผลิตภัณฑ์ และการบริหารจัดการธุรกิจ เพื่อให้สามารถนำองค์ความรู้จากงานวิจัยไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ได้จริง โดย สถาบันอาหาร จะมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนองค์ความรู้ด้านอุตสาหกรรมอาหาร มาตรฐานความปลอดภัย การพัฒนาผลิตภัณฑ์ และการต่อยอดสู่ตลาดเชิงพาณิชย์ เพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทยทั้งในประเทศและต่างประเทศ
รศ.ดร.ธวัชชัย กล่าวต่อว่า มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ มหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด และมหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร ซึ่งเป็นสถาบันการศึกษาในภูมิภาค จะทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการถ่ายทอดองค์ความรู้สู่พื้นที่ และทำงานร่วมกับผู้ประกอบการ วิสาหกิจชุมชน และ SME โดยมีผลิตภัณฑ์อาหารพื้นถิ่นที่โดดเด่นจากแต่ละจังหวัดเข้าร่วมพัฒนา อาทิ เนื้อโคขุนโพนยางคำ ไก่ย่างพังโคน และหม่ำเนื้อจากจังหวัดสกลนคร หม่ำ ปลาส้ม และแจ่วบอง/แจ่วมะกอก จากจังหวัดร้อยเอ็ด รวมถึงไส้กรอกปลา ข้าวเหนียวเขาวงและน้ำปลาร้าแม่บุญล้ำ จากจังหวัดกาฬสินธุ์ ความร่วมมือระหว่าง สทน. สถาบันอาหาร และมหาวิทยาลัยทั้ง 3 แห่ง ในครั้งนี้ จึงนับเป็นอีกก้าวสำคัญของการบูรณาการความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เพื่อยกระดับอาหารพื้นถิ่นของไทยให้มีมาตรฐานความปลอดภัยระดับสากล พร้อมทั้งสร้างผู้ประกอบการนวัตกรรมอาหารรุ่นใหม่ และขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชนให้เติบโตอย่างเข้มแข็งและยั่งยืนต่อไป
ทำข่าว : นางสาวธนิดา วิมลเศรษฐ
ถ่ายภาพ : นายสุรกิจ แก้วมรกต
สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
กลุ่มสื่อสารองค์กร
โทรศัพท์ 0 2333 3700
E-mai l: pr@mhesi.go.th
Facebook : MHESIThailand
Instagram : mhesithailand
Tiktok : @mhesithailand
X (Twitter) : @MHESIThailand
YouTube : @MHESIThailand
Call Center 1313
![]()
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อขับเคลื่อนการอุดมศึกษาไทย วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ไปสู่มาตรฐานในระดับสากล และเพิ่มอันดับความสามารถการแข่งขันในระดับนานาชาติอย่างยั่งยืน ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาปรากฏอยู่ในเว็บไซต์นี้ โปรดแจ้งให้ทราบ เพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป
© 2020 Ministry of Higher Education, Science, Research and Innovation. ALL RIGHTS RESERVED.