Account
Please wait, authorizing ...
×
เข้าสู่ระบบ

Login to your account

Username *
Password *
Remember Me

กลุ่มสารพิษในสมุนไพร

วันที่เผยแพร่
31 กรกฎาคม 2561
เขียนข่าวโดย
ปวีณ์นุช ถือแก้ว
Hits
ฮิต : 1953

01 8

       ในกลุ่มสารสำคัญทางยาในพืชสมุนไพร บางชนิดอาจเป็นพิษ หรือมีฤทธิ์ทำให้ถึงตายได้ถ้าเราใช้ในปริมาณที่สูงเกินไปหรือใช้ผิดวิธี สารพิษที่อยู่ในพืชมักประกอบด้วยสารเหล่านี้

1.แอลคาลอยด์ (alkaloid)

01 1 resize

       แอลคาลอยด์บางชนิดไม่เป็นพิษ แต่บางชนิดก็เป็นพิษมาก พืชที่มีแอลคาลอยด์อยู่มีรสขม เพื่อป้องกันไม่ให้สัตว์มากิน แอลคาลอยด์ที่เป็นพิษมาก ได้แก่ มอร์ฟีนจากยางของผลฝิ่น นิโคตินจากใบยาสูบ สารพวกโทรเปนแอลคาลอยด์ในต้นลำโพงมีฤทธิ์ต่อประสาทส่วนกลาง ทำให้เกิดการอ่อนเพลีย ตามด้วยการหลับประมาณ 5-8 ชั่วโมง หากได้รับสารในขนาดที่สูงมากจะทำให้เกิดอาการเพ้อฝัน ตื่นเต้น สตริกนีนในเมล็ดแสลงใจมีฤทธิ์กระตุ้นประสาทไขสันหลัง ทำให้เกิดความรู้สึกไวกว่าปกติ กลืนลำบาก กล้ามเนื้อแข็งไม่ยืดหยุ่น กล้ามเนื้อบิดตัวเกิดการชักกระตุกมาก ในยุโรปมีผู้นำเมล็ดแสลงใจไปใช้ในการเบื่อสุนัขและหนู

2.ไกลโคไซด์ (glycosides)

01 2 resize 01 3 resize

       คาร์ดิแอลไกลโคไซด์ในยี่โถ เมล็ดรำเพย เมล็ดตีนเป็ดน้ำ ทำให้เกิดอาการคลื่นไส้อาเจียน ชีพจรเต้นอ่อนและเต้นไม่เป็นจังหวะ ม่านตาขยายหมดสติ ไกลโคไซด์ในเมล็ดมาสตาร์ดดำ และมาสตาร์ดขาวทำให้เกิดระคายเคืองต่อผิวหนัง

3.ซาโปนิน (saponin)

01 4 resize 01 5 resize

       ซาโปนินมีรสขมและกลิ่นฉุน ถ้าอยู่ในรูปผงแห้งจะทำความระคายเคืองแก่เยื่อบุจมูก นอกจากนี้ซาโปนินยังเป็นพิษต่อสัตว์เลือดเย็น เช่น ปลา กบ แมลง สัตว์เลือดอุ่น ถ้ากินสารนี้จะทำให้เกิดความระคายเคืองต่อทางเดินอาหาร อาเจียน และท้องร่วงได้ ถ้าสารนี้เข้าทางกระแสโลหิตทำให้เม็ดเลือดแดงแตกได้ ตัวอย่างเช่น ซาโปนินในผลมะคำดีควาย และ ในผลมะระสุกเต็มที่

4.น้ำมันหอมระเหย (essential oil)

01 6 resize

       เป็นสารที่มีกลิ่น สารพวกนี้มีคุณสมบัติฆ่าเชื้อโรค ไล่แมลงและฆ่าแมลง มีฤทธิ์ทำให้เกิดความนะคายเคืองต่อเยื่อเมือก ถ้าได้รับสารในขนาดที่มากสามารถทำให้เกิดความระคายเคืองต่อทางเดินอาหาร ทำให้เกิดอาเจียนและท้องร่วง ตัวอย่างเช่น น้ำมันหอมระเหยในผักชีฝรั่ง จันทร์เทศ พืชจำพวกโกฎจุฬาลำพา

5.กรดอินทรีย์ (organic acid)

01 7 resize

       กรดอินทรีย์ที่เป็นพิษ คือ กรดออกซาลิก (oxalic acid) พบในพืชหลายชนิด อยู่ในรูปแคลเซียม-ออกซาเลต โซเดียมออกซาเลต และโพแทสเซียมออกซาเลต ทำให้เกิดการระคายเคืองต่อเยื่อบุปากและลำคอ เช่น แคลเซียมออกซาเลตในใบบอน ว่านหมื่นปี และเพชรสังฆาต

ข้อมูลโดย : กองพัฒนาและจัดการองค์ความรู้องค์กร (กจค.)
สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.)

เผยแพร่ข่าว : นางสาวปวีณ์นุช ถือแก้ว
ส่วนสื่อสารองค์กร
กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
โทรศัพท์ 0 2333 3700 ต่อ 3728 - 3732 โทรสาร 0 2333 3834
e-mail : This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.
Facebook : sciencethailand
Call Center กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โทร.1313

กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.)
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อการพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม สร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืน ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร
หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
โปรดแจ้งให้ทราบเพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป

contact us

กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) mostQR
75/47 ถ.พระราม 6 ราชเทวี กทม. 10400
โทร. 0 2 333 3700
โทรสาร 0 2 333 3833
Call Center : 1313

อีเมล์ : This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

Most Call Center 1313
Most Community
2017 Ministry of Science and Technology. All Rights Reserved.
ipv6 ready