
สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิด “ค่ายลำแสงซินโครตรอน แสงแห่งอนาคต” ให้แก่นักเรียน ม.5 จากโรงเรียนจิตรลดา พร้อมจำลองเหตุการณ์คนร้ายบุกแทงเจ้าชายในห้องแล็บลับระดับชาติที่วิจัยสิ่งมีชีวิตหลากหลายชนิด ทิ้งรอยเลือดปริศนาให้นักเรียนสืบหาคนร้ายผ่านการวิเคราะห์ด้วยแสงซินโครตรอนโดยเทคนิค Micro-IR Spectroscopy และยังมีฐานการทดลองวิทยาศาสตร์อื่นๆ ให้เรียนรู้การทำงานเบื้องต้นของเครื่องกำเนิดแสงซินโครตรอน และเทคนิคการประยุกต์ใช้แสงซินโครตรอน
นครราชสีมา – สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอนจัดกิจกรรม “ค่ายลำแสงซินโครตรอน แสงแห่งอนาคต” ให้แก่นักเรียนชั้น ม.5 โรงเรียนจิตรลดา ระหว่างวันที่ 3-4 กุมภาพันธ์ 2569 ณ สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน จ.นครราชสีมา โดย ดร.ประพงษ์ คล้ายสุบรรณ์ ประธานค่ายลำแสงซินโครตรอน แสงแห่งอนาคต และรองผู้อำนวยการพัฒนาเครื่องกำเนิดแสงสยาม 2 ได้เป็นประธานเปิดกิจกรรมพร้อมบรรยายพิเศษเรื่องแสงซินโครตรอนให้แก่นักเรียนในค่าย

ดร.ประพงษ์ คล้ายสุบรรณ์ กล่าวว่า “ในค่ายครั้งนี้มีการจัดกิจกรรมเยี่ยมชมการทำงานของห้องปฏิบัติการแสงสยาม ในบริเวณโถงทดลอง ห้องควบคุม เครื่องกำเนิดแสงซินโครตรอน และวงกักเก็บอิเล็กตรอน โดยมีนักวิทยาศาสตร์ระบบลำเลียงแสง นักฟิสิกส์ และนักวิทยาศาสตร์ประจำห้องปฏิบัติการนำเยี่ยมชมและให้ความรู้ และได้ทำกิจกรรมการทดลองวิทยาศาสตร์จำนวน 4 ฐานการทดลอง ได้แก่ 1. ฐาน Fast & Furious : การบังคับลำอนุภาคด้วยแม่เหล็ก 2. ฐาน ณ หน้าทอง : เทคนิค X-ray Fluorescence 3. ฐานเจ้าชายเลือดผสม Micro-IR Spectroscopy 4. ฐานสืบจากขน : เทคนิคการทดลองเอกซเรย์ 3 มิติ ซึ่งเป็นฐานทดลองที่ให้นักเรียนได้รู้หลักการเบื้องต้นเกี่ยวกับการทำงานของเครื่องกำเนิดแสงซินโครตรอน รวมถึงเทคนิคการประยุกต์ใช้แสงซินโครตรอนที่นักวิทยาศาสตร์นำไปใช้ในการศึกษาวิจัยด้านต่างๆ”
สำหรับฐานการทดลองเจ้าชายเลือดผสมเป็นการทดลองใหม่ที่จัดขึ้นให้แก่นักเรียนในค่ายลำแสงซินโครตรอนฯ เป็นครั้งแรก โดยจำลองเหตุการณ์ร้าย ณ ห้องแล็บลับซึ่งเป็นองค์กรระดับชาติที่มีสิ่งชีวิตหลายชนิดจำนวนมาก โดยคนร้ายได้บุกเข้ามาทำร้ายเจ้าชายในห้องแล็บ และถูกเจ้าชายแทงกลับด้วยดาบก่อนหนีไป ทิ้งเพียงรอยเลือดตกอยู่บริเวณที่เกิดเหตุ ซึ่งนักเรียนต้องไขปริศนาว่าเลือดที่พบนั้นเป็นของสิ่งมีชีวิตใด จะใช่เลือดของคนร้ายหรือสิ่งชีวิตใดที่อยู่ในห้องแล็บลับนั้น โดยใช้การวิเคราะห์ด้วยแสงซินโครตรอนโดยใช้เทคนิคอินฟราเรดไมโครสเปกโตรสโกปี หรือ Micro-IR Spectroscopy และจำแนกข้อมูลที่วัดได้ด้วยการวิเคราะห์องค์ประกอบหลัก (Principal Component Analysis, PCA)

ดร.ศิรินาฏ ศรีจันทร์ หัวหน้าส่วนสเปกโตรสโกปีและเทคนิคการถ่ายภาพชีวภาพ ผู้จัดฐานการทดลองเจ้าชายเลือดผสม กล่าวว่า “ในฐานนี้นักเรียนจะได้เตรียมตัวอย่างจริงเพื่อใช้ในการทดลองและได้เรียนรู้เทคนิค Micro-IR Spectroscopy ซึ่งเป็นการประยุกต์ใช้แสงซินโครตรอนในการย่านรังสีอินฟราเรดเพื่อวิเคราะห์ตัวอย่างเลือดที่เป็นตัวอย่างชีวภาพ โดยเทคนิคนี้อาศัยหลักการสั่นพ้องภายในโมเลกุลตัวอย่างที่มีความถี่ตรงกับความถี่ของแสงอินฟราเรด ทำให้เกิดการดูดกลืนแสงอินฟราเรดที่แตกต่างกันในโมเลกุลของสารแต่ละชนิด โดยอินฟราเรดสเปกตรัมของตัวอย่างชีวภาพจะให้ข้อมูลสารชีวโมเลกุล อาทิ โปรตีน ไขมัน คาร์โบไฮเดรต และอื่นๆ ที่สามารถใช้เป็น “ลายนิ้วมือ” (Fingerprint) ในการระบุชนิดตัวอย่างชีวภาพได้ นอกจากนี้ยังได้เรียนรู้หลักการจำแนกข้อมูลด้วยเทคนิค PCA ซึ่งเป็นวิธีของการลดจำนวนชุดข้อมูลที่มีจำนวนมากและขนาดใหญ่แต่ยังคงสาระสำคัญไว้”




การจัดกิจกรรมค่ายสำแสงซินโครตรอนฯ เป็นผลสืบเนื่องจากการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการระหว่างสถาบันฯ และโรงเรียนจิตรลดา เพื่อเสริมสร้างประสบการณ์เรียนวิทยาศาสตร์นอกห้องเรียนของนักเรียน โดยใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีซินโครตรอนและสาขาวิชาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งร่วมกันพัฒนาบุคลากรทางด้านวิทยาศาสตร์ให้กับประเทศ และสร้างแรงบันดาลใจเพื่อให้เยาวชนมีเจตนคติที่ดีต่อวิชาชีพด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี




เผยแพร่ข่าว : นางสาวเยาวลักษณ์ ทับช้างโท
สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
กลุ่มสื่อสารองค์กร
โทรศัพท์ 0 2333 3700
E-mail : pr@mhesi.go.th
Facebook : MHESIThailand
Instagram : mhesithailand
Tiktok : @mhesithailand
X (Twitter) : @MHESIThailand
YouTube : @MHESIThailand
Call Center 1313
![]()
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อขับเคลื่อนการอุดมศึกษาไทย วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ไปสู่มาตรฐานในระดับสากล และเพิ่มอันดับความสามารถการแข่งขันในระดับนานาชาติอย่างยั่งยืน ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาปรากฏอยู่ในเว็บไซต์นี้ โปรดแจ้งให้ทราบ เพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป
© 2020 Ministry of Higher Education, Science, Research and Innovation. ALL RIGHTS RESERVED.