ทรงพระเจริญ

วันนี้ (21 พฤษภาคม 2562)  เวลา 09.00 น. ณ ห้องประชุม 501 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี  ซึ่งสรุปสาระสำคัญที่เกี่ยวข้องกับ อว. มีดังนี้

เรื่อง ภาพรวมวันหยุดราชการประจำปีและการกำหนดให้วันที่ 4 พฤษภาคม เป็นวันฉัตรมงคล

         คณะรัฐมนตรีมีมติรับทราบตามที่สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.)  เสนอ ดังนี้
         1. กำหนดให้วันที่ 4 พฤษภาคม ของทุกปี เป็นวันฉัตรมงคลและวันหยุดราชการประจำปี
         2. รับทราบภาพรวมวันหยุดราชการประจำปี รวม 19 วัน ส่วนการกำหนดให้เป็นวันหยุดประจำปี ของธนาคารและวันหยุดของภาคแรงงาน ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับไปพิจารณาตามอำนาจหน้าที่ต่อไป
         สาระสำคัญของเรื่อง 
         เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2562 สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูรได้ทรงรับบรมราชาภิเษกขึ้นเป็นพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ  มหิศรภูมิพลราชวรางกูร  กิติสิริสมบูรณอดุลยเดช สยามินทราธิเบศราชวโรดม  บรมนาถบพิตร พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และต่อมาเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2562 ได้มีประกาศพระบรมราชโองการเฉลิมพระปรมาภิไธย  พระนามาภิไธย และสถาปนาฐานันดรศักดิ์พระบรมวงศานุวงศ์ ดังนั้น  สลค. จึงเห็นควรกำหนดให้วันที่ 4 พฤษภาคม เป็นวันฉัตรมงคล  และเป็นวันหยุดราชการประจำปี และได้จัดทำภาพรวมวันหยุดราชการประจำปี โดยมีจำนวนรวมทั้งสิ้น 19 วัน รวมทั้งเปลี่ยนแปลงพระปรมาภิไธยและพระนามาภิไธยให้สอดคล้องกับประกาศพระบรมราชโองการ ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้
 

1. วันขึ้นปีใหม่ 1 มกราคม 1 วัน
2. วันมาฆบูชา ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3  1 วัน
3. วันพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช และวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์ 6 เมษายน 1 วัน
4. วันสงกรานต์ 13 – 15 เมษายน 3 วัน
5. วันฉัตรมงคล 4 พฤษภาคม 1 วัน
6. วันรัฐพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ รอหมายกำหนดการ 1 วัน
7. วันวิสาขบูชา ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 1 วัน
8. วันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี 3 มิถุนายน 1 วัน
9. วันอาสาฬหบูชา ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 8 1 วัน
10. วันเข้าพรรษา แรม 1 ค่ำ เดือน 8 1 วัน
11. วันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎาคม 1 วัน
12. วันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระบรมราชชนนี พันปีหลวง และวันแม่แห่งชาติ * 12 สิงหาคม 1 วัน
13. วันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร 13 ตุลาคม 1 วัน
14. วันปิยมหาราช 23 ตุลาคม 1 วัน
15. วันคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร
วันชาติ และวันพ่อแห่งชาติ
5 ธันวาคม 1 วัน
16. วันรัฐธรรมนูญ 10 ธันวาคม 1 วัน
17. วันสิ้นปี 31 ธันวาคม 1 วัน

หมายเหตุ  * สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นผู้ริเริ่มจัดงานวันแม่แห่งชาติ ตั้งแต่เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2519 เป็นต้นมา

เรื่อง  ผลการประชุมระดับรัฐมนตรีอาเซียน – สหภาพยุโรป ครั้งที่ 22

                   คณะรัฐมนตรีมีมติรับทราบและติดตามผลการประชุมระดับรัฐมนตรีอาเซียน – สหภาพยุโรป [ASEAN – The European Union (EU) Ministerial Meeting - AEMM] ครั้งที่ 22 เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2562  ณ กรุงบรัสเซลส์ เบลเยียมและผลการหารือทวิภาคีในช่วงการประชุมดังกล่าว และพิจารณามอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามผลการประชุมฯ และผลการหารือในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป ตามที่กระทรวงการต่างประเทศ เสนอ
                   สาระสำคัญของเรื่อง
                   กระทวงการต่างประเทศได้เสนอผลการประชุมระดับรัฐมนตรีอาเซียน – สหภาพยุโรป ASEAN – The European Union (EU) Ministerial Meeting - AEMM] ครั้งที่ 22 เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2562 ณ กรุงบรัสเซลส์ เบลเยียมและผลการหารือทวิภาคีในช่วงการประชุมดังกล่าว  โดยมีสาระสำคัญเกี่ยวกับการติดตามประเด็นความร่วมมืออาเซียน – EU เช่น การเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์การนำเสนอแนวคิดหลักของการเป็นประธานอาเซียนของไทยและประเด็นที่ไทยต้องการผลักดันให้เป็นรูปธรรม การรื้อฟื้นการเจรจาความตกลงการค้าเสรีอาเซียน – EU และความตกลงว่าด้วยการขนส่งทางอากาศระหว่างอาเซียน – EU  เป็นต้น นอกจากนี้ ได้มีการหารือทวิภาคีระหว่างรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของฮังการี บัลแกเรีย โปแลนด์ ลักเซมเบิร์ก และมอลตา และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศของกรีซ โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้เชิญชวนให้ภาคเอกชนของประเทศดังกล่าวมาลงทุนในระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออกของไทย รวมทั้งการแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์รัฐยะไข่ในการสนับสนุนบทบาทที่ชัดเจนมากขึ้นของอาเซียนที่จะดำเนินความพยายามร่วมกันผ่านศูนย์ประสานงานอาเซียนเพื่อช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและการจัดการภัยพิบัติในรัฐยะไข่ เป็นต้น
                   ทั้งนี้ การเข้าร่วมการประชุมดังกล่าวมีประเด็นเกี่ยวข้องที่ไทยจะต้องรับไปดำเนินการให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม ดังนั้น จึงมีการมอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวม 17 หน่วยงาน ได้แก่ กระทรวงกลาโหม (กห.) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (กษ.) กระทรวงคมนาคม (คค.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดศ.) กระทรวงพลังงาน (พน.) กระทรวงพาณิชย์ (พณ.) กระทรวงยุติธรรม (ยธ.) กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) หรือกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ในปัจจุบัน กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (สกท.) สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตช.) รับไปติดตามและดำเนินการให้เกิดผลเป็นอย่างรูปธรรมต่อไป

เรื่อง  คำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่  113 /2562 เรื่อง  ปรับปรุงคำสั่งมอบหมายและมอบอำนาจให้รองนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติราชการแทนนายกรัฐมนตรี

                   คณะรัฐมนตรีมีมติรับทราบคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่  113 /2562 เรื่อง  ปรับปรุงคำสั่งมอบหมายและมอบอำนาจให้รองนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติราชการแทนนายกรัฐมนตรี ตามที่ได้มีคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 106/2562 เรื่อง มอบหมายและมอบอำนาจให้รองนายกรัฐมนตรีปฏิบัติราชการแทนนายกรัฐมนตรี ลงวันที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2562 นั้น
                    อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 10  และมาตรา 15 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534  ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2545 มาตรา 11 และมาตรา 12 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 มาตรา 38 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ 7) พ.ศ. 2550 และมาตรา 90  แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 ประกอบกับพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการมอบอำนาจ พ.ศ. 2550 นายกรัฐมนตรีจึงมีคำสั่งให้ปรับปรุงคำสั่งมอบหมายและมอบอำนาจให้รองนายกรัฐมนตรีปฏิบัติราชการแทนนายกรัฐมนตรี ดังต่อไปนี้

  1. ยกเลิกความในข้อ 3.1.5 และ ข้อ 3.4.1 ของคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 106/2562 ลงวันที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2562
  2. ยกเลิกความในข้อ 2 ของคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี  ที่ 106/2562 ลงวันที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2562 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

     “2.   รองนายกรัฐมนตรี  (นายสมคิด  จาตุศรีพิทักษ์)
                                2.1   การมอบหมายและมอบอำนาจให้กำกับการบริหารราชการแทนนายกรัฐมนตรี ดังนี้
                                        2.1.1     กระทรวงการคลัง
                                        2.1.2     กระทรวงการต่างประเทศ 
                                        2.1.3     กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
                                        2.1.4     กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
                                        2.1.5     กระทรวงคมนาคม
                                        2.1.6     กระทรวงพาณิชย์
                                        2.1.7     กระทรวงอุตสาหกรรม
                                        2.1.8     กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
                                        2.1.9     กระทรวงพลังงาน
                                        2.1.10    กระทรวงศึกษาธิการ  
                                        2.1.11    กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม   
                                2.2   การมอบหมายและมอบอำนาจให้กำกับการบริหารราชการและสั่งและปฏิบัติราชการแทนนายกรัฐมนตรี ดังนี้
                                        2.2.1     สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
                                        2.2.2     สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน
                                        2.2.3     กรมประชาสัมพันธ์
                                 2.3   การมอบหมายให้กำกับดูแลรัฐวิสาหกิจ  ดังนี้
                                        -          บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน)
                                2.4   การมอบหมายให้กำกับดูแลองค์การมหาชนและหน่วยงานของรัฐ    ดังนี้
                                        2.4.1     สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม
                                        2.4.2     สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน)
                                       2.4.3     สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน)
                                       2.4.4     สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน)                                                                        
                                       2.4.5     สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม
                                        2.4.6     สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน)
                                        2.4.7     สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน)”
                   ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2562 เป็นต้นไป

 

ที่มาของข่าว : สรุปข่าวการประชุมคณะรัฐมนตรี 21 พฤษภาคม 2562 สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ทำเนียบรัฐบาล

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อการส่งเสริม สนับสนุน และกำกับการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์
การวิจัยและการสร้างสรรค์นวัตกรรม เพื่อให้การพัฒนาประเทศเท่าทันการเปลี่ยนแปลงโลก
ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาปรากฏอยู่ในเว็บไซต์
โปรดแจ้งให้ทราบเพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป